วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ภาษาไทย ม.ต้น(เรื่องการพูด)


ความหมายของการพูด
การพูด คือกระบวนการในการสื่อสารอย่างหนึ่งของมนุษย์ เป็นการสื่อสารความคิดจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่งหรือไปยังคนอีกกลุ่มหนึ่ง เพื่อต้องการแสดงออกถึงอารมณ์และความรู้สึก โดยใช้ภาษา ถ้อยคำ น้ำเสียง อากัปกริยาท่าทางเป็นสื่อ เพื่อให้ผู้ฟังรับรู้และเกิดการตอบสนอง
ศิลปะ คือการแสดงออกมาให้ปรากฏขึ้นได้อย่างงดงาม น่าชื่นชม และเกิดอารมณ์สะเทือนใจ
ภาษาที่ใช้ในการพูด มี 2 ชนิด คือ
1. วัจนภาษา หมายถึงภาษาที่ใช้คำพูดเป็นเครื่องสื่อความหมาย
2. อวัจนภาษา บางทีเรียกว่า “ภาษาท่าทาง” หมายถึงภาษาที่ใช้กริยาท่าทาง สายตา เป็นสื่อเพื่อให้เกิดความเข้าใจกันได้ในการพูด ผู้พูดจะต้องใช้ “วัจนภาษา” กับ “อวัจนภาษา” ควบคู่กันไป เพื่อแสดงออกถึงอารมณ์ ความรู้สึก ความต้องการได้อย่างชัดเจน พูดเป็น คือ “พูดแล้วคนฟังชื่นชอบ เชื่อถือ คล้อยตาม ปฏิบัติตาม”
“พูดเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย พูดเรื่องง่าย ๆ ให้สนุก”การพูดเป็นทั้ง “ศาสตร์” และ “ศิลป์” เป็นวิชาหนึ่งที่สามารถศึกษาเรียนรู้กันได้ ถ้าผู้พูดมีศิลปะในการพูด ก็จะช่วยให้การพูดประสบความสำเร็จตามต้องการ ความสำคัญของการพูด
มนุษย์ใช้การพูดเป็นเครื่องมือในการสื่อสารให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน ช่วยในการแสวงหาความรู้ สร้างมนุษยสัมพันธ์ ช่วยทำให้เกิดความร่วมมือร่วมใจกันทำงาน ช่วยสร้างมิตร และอาจสร้างศัตรู อาจทำให้ผู้พูด ได้รับหรือไม่ได้รับสิ่งที่ตนต้องการ มีความสำคัญมากทั้งในชีวิตประจำวัน ในครอบครัว ในการทำงาน ในกิจการงานต่าง ๆ เพราะคำพูดอาศัยเสียงเป็นสื่อ ระดับความสูงต่ำของเสียงทำให้เกิดอารมณ์ต่าง ๆ กัน ถ้าผู้พูดรู้จักใช้ ก็จะสามารถโน้มน้าวใจให้ผู้ฟังตามความประสงค์ของผู้พูดได้ง่าย สีหน้าและท่าทางของผู้พูดก็เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้เกิดความ เข้าใจง่ายขึ้น เกิดผลเร็วกว่าการสื่อสารชนิดอื่น คนเราจึงควรมี “ปิยวาจา” เพราะคำพูดที่ดี ย่อมเป็นเครื่องผูกมิตร ย่อมช่วยสร้างความเข้าใจ สร้างศรัทธา สานประโยชน์ ในสังคมส่วนรวมล้วนต้องอาศัยการพูดเพื่อโน้มน้าวให้เห็นความสำคัญ การให้ความร่วมมือ เพื่อผลแห่งความเจริญก้าวหน้าทั้งส่วนตัวและส่วนรวม ดังนั้นถ้าจะพูด ต้อง “พูดเป็น” จึงจะประสบความสำเร็จในการพูด
สัดส่วนความสำคัญในการพูด
1. เนื้อหาสาระในการพูด ต้องมีลักษณะ น่าสนใจ มีประโยชน์ มีคุณค่าควรแก่การฟัง มีความสำคัญถึงร้อยละ 50
2. บุคลิกภาพทั่วไป ได้แก่ รูปร่างหน้าตา การแต่งกาย การปรากฏกาย การใช้ท่าทาง การใช้มือ การใช้สายตา มีความสำคัญร้อยละ 10
3. ศิลปะการแสดงออก หรือศิลปะการถ่ายทอด หมายถึงการเรียงลำดับเนื้อหา การยกตัวอย่าง การอุปมาอุปมัย การแทรกอารมณ์ขัน การเน้นเสียง การเน้นจังหวะจะโคนในการพูด ตลอดจนการสร้างความเป็นกันเองกับผู้ฟัง ดึงผู้ฟังให้มามีส่วนร่วม มีความสำคัญร้อยละ 20

องค์ประกอบของการพูด
คุณสมบัติของนักพูดที่ดี
1. ผู้พูด
2. ผู้ฟัง
3. เรื่องที่พูด (สาร)
4 เครื่องมือที่ใช้ในการสื่อสาร (สื่อ)
5.ผลจากการพูด
1. เป็นนักฟังที่ดี
2. ศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ ๆ
3. ยอมรับฟังคำวิจารณ์ของผู้อื่น
4. เป็นตัวของตัวเอง ไม่เลียนแบบใคร
5. มีความสุขในการถ่ายทอดความรู้ให้ผู้อื่น

หัวใจของการพูด มี 3 อย่าง คือ
1. บุคลิกภาพ หมายถึง การแต่งกาย กริยาอาการต่าง ๆ ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้การพูดน่าดู น่าฟัง น่านับถือ น่าเชื่อถือ
2. เนื้อเรื่อง ต้องมีการเตรียมมาเป็นอย่างดี ต้องพูดในเรื่องที่รู้ “สิ่งใดไม่รู้ ทำให้รู้ก่อนแล้วจึงพูด”
3. กลวิธีการเสนอเรื่อง เป็นการใช้ศิลปะของการพูด พูดอย่างไรจึงจะทำให้เรื่องยากกลายเป็นเรื่องง่าย คนฟังไม่เบื่อ ได้ความรู้ตรงตามที่ผู้พูดต้องการในเวลาอันรวดเร็ว แต่ละคนจะมีกลวิธีในการเสนอเรื่องที่แตกต่างกันไป
ในการพูดแต่ละครั้ง “ผู้พูด” มีความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเป็นผู้กำหัวใจผู้ฟังไว้ในมือ ถ้าพูดด้วยอารมณ์สนุกสนาน ผู้ฟังจะสนุกสนานตาม พูดด้วยอารมณ์เศร้าสร้อย ผู้ฟังจะพลอยหดหู่เศร้าซึมตามไปด้วย ถ้าพูดด้วยความเร่าร้อน เร่งระดม ผู้ฟังจะพลอยเร่าร้อน ขึงขังตามไปด้วย อย่างไรก็ตามถึงแม้จะพูดดี แต่เนื้อหาสาระไม่น่าสนใจ ไม่เหมาะกับบรรยากาศและสภาพแวดล้อม แม้ผู้พูดจะพูดดีและผู้ฟังจะตั้งใจและให้ความร่วมมืออย่างดี การพูดนั้นอาจล้มเหลวได้

แบบฝึกหัด
จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง
1.ลักษณะของผู้พูดที่มีคุณธรรม จรรยา มารยาทมีลักษณะใดบ้าง
2.มารยาทในการพูดที่ดีมีลักษณะการปฏิบัติตนอย่างไรบ้าง
3.มารยาทในการดูที่ดีมีอะไรบ้าง
4.มารยาทในการฟังที่ดีควรปฏิบัติตนอย่างไรบ้าง
5.ทักษะของการฟังที่ดีมีหลักสำคัญใดบ้าง



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น